ทำความรู้จักกับเงินฉุกเฉิน ทำไมต้องมีสำรองเก็บไว้
ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การมีเงินฉุกเฉินสำรองไว้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การเจ็บป่วย หรือการสูญเสียรายได้ บทความนี้ Promise จะพาคุณไปทำความรู้จักกับความสำคัญของเงินฉุกเฉิน วิธีการบริหารจัดการ และแนวทางการเก็บออมอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณมีความพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
เงินฉุกเฉินคืออะไร
เงินฉุกเฉินคือเงินที่เราแยกเก็บสะสมไว้ต่างหากจากเงินใช้จ่ายปกติ เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดการณ์ล่วงหน้า เงินส่วนนี้ควรมีสภาพคล่องสูง สามารถเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็วเมื่อจำเป็น โดยทั่วไปมักจะเก็บไว้ในบัญชีออมทรัพย์หรือการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น กองทุนตลาดเงิน เงินฉุกเฉินไม่ใช่เงินสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือซื้อของฟุ่มเฟือย แต่เป็นเงินที่สำรองไว้สำหรับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดเท่านั้น
เงินฉุกเฉินมีความสำคัญอย่างไร
การมีเงินฉุกเฉินเปรียบเสมือนเกราะป้องกันทางการเงินที่ช่วยให้เรารับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างมั่นใจ ความสำคัญหลัก ๆ มีดังต่อไปนี้
1. ควบคุมการใช้จ่าย
การมีเงินฉุกเฉินช่วยให้เราสามารถควบคุมการใช้จ่ายได้ดีขึ้น เพราะเมื่อแยกเงินส่วนนี้ออกมาต่างหาก เราจะรู้ว่าเงินที่เหลือคือเงินที่สามารถใช้จ่ายได้จริง ทำให้ไม่เกิดการใช้จ่ายเกินตัวและมีวินัยทางการเงินมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้ต้องนำเงินจากส่วนอื่นมาใช้ในยามฉุกเฉิน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเงินระยะยาว
2. ลดความเครียด
ความเครียดทางการเงินเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหาสุขภาพจิตในปัจจุบัน การมีเงินฉุกเฉินสำรองไว้ช่วยสร้างความมั่นคงทางจิตใจ เพราะเรารู้ว่ามีเงินสำรองพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน ค่าซ่อมรถ หรือค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น โดยไม่ต้องกังวลว่าจะรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างไร
3. ลดหนี้สินเพิ่ม
เงินฉุกเฉินช่วยป้องกันการเกิดหนี้สินที่ไม่จำเป็น เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หากไม่มีเงินสำรอง เราอาจต้องกู้ยืมเงินหรือใช้บัตรเครดิต ซึ่งมาพร้อมกับภาระดอกเบี้ยสูง การมีเงินสำรองช่วยให้เราไม่ต้องพึ่งพาการกู้ยืมในยามฉุกเฉิน ทำให้ไม่ต้องแบกรับภาระหนี้สินเพิ่มเติมในอนาคต
4. วางแผนการเงินให้ดีขึ้น
การสะสมเงินฉุกเฉินเป็นพื้นฐานสำคัญของการวางแผนการเงินที่ดี เพราะช่วยให้เราสามารถแยกเงินออมระยะยาว เงินลงทุน และเงินใช้จ่ายประจำได้อย่างชัดเจน ทำให้การบริหารจัดการการเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้ง่ายขึ้น
มีเงินฉุกเฉินเท่าไรถึงจะพอ
จำนวนเงินฉุกเฉินที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อาชีพ รายได้ ภาระค่าใช้จ่าย และความมั่นคงในงาน โดยทั่วไปผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้มีเงินฉุกเฉินอย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่ายรายเดือน สำหรับผู้ที่มีงานประจำที่มั่นคง และ 6-12 เดือนสำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอนหรือทำงานอิสระ จำนวนนี้จะช่วยให้เรามีเวลาเพียงพอในการปรับตัวหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
บริหารเงินอย่างไรให้มีเงินฉุกเฉินเพียงพอ
ออมเงิน
การเริ่มต้นสะสมเงินฉุกเฉินควรเริ่มจากการกันเงินออมก่อนใช้จ่าย โดยตั้งเป้าหมายหักเงินออมอย่างน้อย 10-20% ของรายได้ทันทีที่ได้รับเงินเดือน วิธีนี้จะช่วยให้เราสร้างวินัยในการออมและสะสมเงินฉุกเฉินได้เร็วขึ้น ควรแยกบัญชีเงินฉุกเฉินออกจากบัญชีใช้จ่ายปกติเพื่อลดการนำไปใช้โดยไม่จำเป็น
ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น
การควบคุมค่าใช้จ่ายเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างเงินฉุกเฉิน ควรแยกแยะระหว่างค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและไม่จำเป็น ลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และนำเงินส่วนที่ประหยัดได้มาเพิ่มในกองทุนฉุกเฉิน การทำงบประมาณรายเดือนจะช่วยให้เห็นภาพรวมค่าใช้จ่ายและหาโอกาสในการประหยัดเพิ่มเติม
หากฉุกเฉินจริงควรพิจารณาแหล่งเงินกู้ถูกกฎหมาย
ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้เงินเกินกว่าเงินฉุกเฉินที่มี การเลือกแหล่งเงินกู้ที่น่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญ Promise เป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ ด้วยบริการสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม อนุมัติไวภายใน 1 ชั่วโมง* และไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน วงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท* พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือในการวางแผนการผ่อนชำระที่เหมาะสมกับความสามารถของคุณ
แนวทางการออมเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับอาชีพต่าง ๆ
อย่างที่บอกไปว่า แม้นักวางแผนทางการเงินจะแนะนำให้มีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่าย แต่จำนวนเงินสำรองฉุกเฉินที่ควรมีก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่างด้วยเช่นกัน ซึ่งหนึ่งในปัจจัยนั้นก็คือ อาชีพ โดยสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้
พนักงานบริษัทเอกชน
แม้ว่าพนักงานบริษัทเอกชนจะมีรายได้ประจำที่แน่นอน แต่ในยุคนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในวันหนึ่งคุณอาจจะตกงานโดยไม่ทันตั้งตัว หรือถูกลดเงินเดือนเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจได้ ดังนั้น จึงควรมีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน
ข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ
กลุ่มคนที่เป็นข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ เป็นกลุ่มอาชีพที่มีรายได้ประจำและมีความมั่นคงสูง นอกจากนี้ยังมีสวัสดิการที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับตัวเองและคนในครอบครัวด้วยเช่นกัน ดังนั้น จึงไม่จำเป็นจะต้องมีเงินสำรองฉุกเฉินมากเท่ากับพนักงานบริษัทเอกชน โดยอาจจะเก็บเงินสำรองฉุกเฉินไว้อย่างน้อย 2-4 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือนก็เพียงพอ
อาชีพอิสระและฟรีแลนซ์
คนที่ประกอบอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ เป็นกลุ่มคนที่มีรายได้แต่ละเดือนไม่แน่นอน และมีโอกาสตกงานสูง รวมถึงไม่มีสวัสดิการเหมือนกลุ่มอาชีพอื่น ๆ ดังนั้นจึงควรมีเงินสำรองฉุกเฉินค่อนข้างเยอะ โดยแนะนำว่าควรมีอย่างน้อย 6-12 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน
สรุปบทความ
เงินสำรองฉุกเฉิน เป็นเงินที่ควรบริหารจัดการให้เหมาะสมและเก็บไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉินจริง ๆ เพื่อให้เราสามารถรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ แน่นอนว่า หากเรามีเงินออมสำรองฉุกเฉินที่เพียงพอ แม้ว่าจะเกิดวิกฤตใด ๆ ขึ้นมา คุณก็จะสามารถยืนหยัดและฝ่าฟันวิกฤตเหล่านั้นไปได้ แต่สุดท้ายแล้วหากถึงวันหนึ่งที่เงินสำรองฉุกเฉินที่เราเก็บไว้เริ่มร่อยหรอ ก็ขอให้สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นทางเลือกที่คุณนึกถึง
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
ดอกเบี้ย 15%-25% ต่อปี
*กรุณาศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนการสมัครที่ promise.co.th
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ และธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด